วิตามินต่างๆ มาส่องวิตามินแต่ละชนิดที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

วิตามินต่างๆ มาส่องวิตามินแต่ละชนิดที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

วิตามินต่างๆ ในยุคที่เชื้อไวรัสกำลังแพร่ระบาด ปัญหาเรื่องสุขภาพถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กัน ยิ่งคุณเป็นคนที่มีอาการป่วยไข้และไม่สบายอยู่บ่อยๆ ก็ยิ่งต้องเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมและมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยสารอาหารที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายนั้นก็คือ “วิตามิน” ตัวช่วยสำคัญที่เราขนมาฝากทุกคนกันนี้เอง แล้วคุณประโยชน์ของวิตามินที่เราหยิบยกมาในวันนี้จะมีอะไรบ้าง ต้องลองมาอ่านกันดู

10 วิตามินต่างๆ ยอดฮิตที่ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้น           

1.วิตามินเอ

วิตามินต่างๆ

สำหรับ วิตามินต่างๆ ตัวแรกที่เราขอภูมิใจนำเสนอนั้นก็คือ “วิตามินเอ” ตัวช่วยสำคัญในการบำรุงสายตาของเรานั่นเอง หากใครที่อยากมีดวงตาใสแจ๋ว มองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การทานวิตามินเอเป็นประจำทุกวัน ก็มีส่วนช่วยทำให้ระบบประสาทสายตาดีขึ้นได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้คุณประโยชน์ของวิตามินเอ ยังช่วยบำรุงผิวพรรณ กระดูก ฟัน ไปจนถึงรากผม ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการทานวิตามินเอในแต่ละวันนั้น สามารถแบ่งปริมาณได้ตามเพศชายและเพศหญิง โดยปริมาณการทานวิตามินเอของเพศชายจะอยู่ที่ 1000 ไมโครกรัมต่อวัน ในขณะที่ปริมาณการทานวิตามินเอของเพศหญิงจะอยู่ที่ 800 ไมโครกรัมต่อวัน

2.วิตามินบี

จริงๆ แล้ววิตามินบี ถือเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่มากมาย และวิตามินบีสามารถแบ่งหมวดย่อยๆ ออกมาถึง 13 ชนิดด้วยกัน โดยมีสรรพคุณหลักๆ ของวิตามินบี คือมีส่วนช่วยในการบำรุงสมองให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวในร่างกาย เพื่อเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้วิตามินบียังมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยคลายอาการวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี โดยปริมาณที่เหมาะสมในการทานวิตามินบีในแต่ละวันนั้น ควรทานไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อวัน

3.วิตามินซี

อีกหนึ่งวิตามินสำคัญ ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดีต้องยกให้ “วิตามินซี” ซึ่งจุดเด่นของวิตามินซีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกายแล้ว ทั้งยังช่วยให้เรามีผิวพรรณที่ผ่องใสขึ้น และช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ดีอีกด้วย ที่สำคัญวิตามินซีตัวนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือผู้ที่ป่วยเป็นไข้บ่อยๆ ก็สามารถทานได้เช่นกัน หากเราได้ทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน และทานติดต่อการอย่างสม่ำเสมอ อาการเหล่านั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

4.วิตามินดี

อย่างที่เราเข้าใจกันดีว่า ในวิตามินดีนั้นเป็นสารอาหารที่ร่างกายของคนเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ โดยวิตามินดีจะเกิดขึ้นได้จากแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าตั้งแต่ช่วงเวลา 7.00-10.00น. ที่สำคัญการทานวิตามินดีอยู่สม่ำเสมอยังช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงขึ้นด้วย โดยวิตามินดีมีหน้าที่หลักๆ ในการดูดซึมแคลเซียม แม็กนีเซียม เหล็ก สังกะสี และฟอสเฟสที่อยู่ในร่างกายออกมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยปริมาณที่ควรทานวิตามินดีในแต่ละวันต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัม

5.วิตามินอี

วิตามินต่างๆ

สำหรับวิตามินอี เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยบำรุงและเสริมความงามให้กับร่างกาย ทั้งยังช่วยชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นตามร่างกายได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในวิตามินอีนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาท ซึ่งปริมาณที่ควรทานวิตามินอีในแต่ละวันนั้นไม่ควรทานเกิน 1000 ไมโครกรัมต่อวัน

6.แคลเซียม

สำหรับแคลเซียมเป็นสารอาหารที่ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนและโรคกระดูกเปราะ มักพบเจอได้ในหอยนางรม กุ้ง นม ปลา หรือผักใบสีเขียว แต่หากทานอาหารเสริมประเภทแคลเซียมควรทานไม่เกินวันละ 1000 มิลลิกรัม

7.ไอโอดีน

ไอโอดีน จัดเป็นธาตุอาหารสำคัญที่จำเป็นต้องร่างกาย โดยไอโอดีนเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงสมองของเด็กเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยบำรุงหัวใจให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญไอโอดีนถือเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยควบคุมระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานได้ดี ดังนั้นหากใครอยากจะควบคุมน้ำหนักหรือลดความอ้วน การทานไอโอดีนก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีเช่นกันนะ โดยปริมาณที่ควรทานไอโอดีนในแต่ละวันคือ 150 ไมโครกรัม

8.ธาตุเหล็ก

วิตามินต่างๆ

สำหรับใครที่มีอาการอ่อนเพลียหรือไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงอยู่บ่อยๆ ควรทานอาหารจำพวกที่มีธาตุเหล็ก เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ ไข่แดง และหอย เป็นต้น ซึ่งธาตุเหล็กถือเป็นสารอาหารที่ช่วยให้เม็ดเลือดในร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถป้องกันภาวะโลหิตจางได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังมีประโยชน์ที่สำคัญอีกมากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ที่สำคัญการทานธาตุเหล็กยังช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วย โดยปริมาณที่ควรทานธาตุเหล็กในแต่ละวันคือ 15 มิลลิกรัม

9.โพแทสเซียม (Potassium)

สารอาหารชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อปริมาณออกซิเจนที่ถูกนำไปเลี้ยงในสมอง ซึ่งส่งผลต่อการจดจำและการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังช่วยคลายความเครียดหรือความวิตกกังวลให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี หากใครอยากให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การทานโพแทสเซียมก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถพบเจอได้ในธัญพืช ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ เป็นต้น โดยในแต่ละวันร่างกายควรได้รับปริมาณโพแทสเซียมอยู่ที่ 2,000-3,000 มิลลิกรัม

10.แมกนีเซียม (Magnesium)

มีหน้าที่สำคัญในการรักษาสมดุลแคลเซียมที่อยู่ในกระดูกและในเลือด ทั้งยังมีส่วนช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญ ช่วยเปลี่ยนไขมันและคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นพลังงานที่จำเป็น หากร่างกายมีปริมาณแมกนีเซียมที่เพียงพอ ก็จะช่วยลดอาการเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียลงได้ รวมทั้งอาการอ่อนเพลียที่เกิดจากภาวะเครียดสะสมที่เผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งแมกนีเซียมสามารถพบเจอได้ในกล้วย ข้าวสาลี ข้าวโพด ผักสีเขียว และธัญพืช เป็นต้น โดยในแต่ละวันร่างกายควรได้รับปริมาณแมกนีเซียมอยู่ที่ 300-800 มิลลิกรัมต่อวัน

การดูแลสุขภาพเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรปล่อยปะละเลย เพราะหากปล่อยไว้นานๆ ย่อมมีผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นแล้วหากใครที่อยากมีสุขภาพดีและแข็งแรง ควรเลือกทานวิตามินให้เหมาะสมกับร่างกาย ที่สำคัญคือการทานวิตามินนั้น ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะและไม่มากจนเกินไป เพราะต่อให้เรากินวิตามินทุกชนิดรวมกัน ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซับสารอาหารเหล่านั้นมาใช้จนหมดได้ และหากใครที่อยากมีสุขภาพแข็งแรง ก็อย่าลืมออกกำลังเป็นประจำทุกวัน เพื่อสร้างภูมิกันที่ดีให้กับร่างกายกันด้วยนะ

อ้างอิง

https://www.insider.com/foods-high-in-vitamin-c